Only $2.99/month

กรมสรรพากร/ข่าว

Terms in this set (231)

1. ผู้ที่จะได้รับการเสนอชื่อให้ ส.ส. โหวตลงคะแนนเลือกเป็นนายกรัฐมนตรี จะต้องมา จากพรรคการเมืองที่มีจานวน ส.ส. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของสมาชิกที่มีอยู่ นั่นหมายถึง พรรคที่จะเสนอชื่อนั้น ต้องมี ส.ส. อย่างน้อย 25 คน จาก ส.ส. เต็มสภาฯ จานวน 500 คน
2. การเสนอชื่อผู้ใดเข้าสู่การโหวต จะต้องมีเสียง ส.ส. รับรองไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของ ส.ส. ที่มีอยู่ หมายถึง ต้องมี ส.ส. รับรองไม่น้อยกว่า 50 คน จากทั้งหมด 500 คน
3. การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จะกระทาโดยเปิดเผย โดยเลขาธิการรัฐสภาจะขานชื่อ ส.ส. และ ส.ว. เรียงตามลาดับอักษร เพื่อให้ออกเสียง เห็นชอบ, ไม่เห็นชอบ หรือ งดออกเสียง
4. มติเห็นชอบ ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่าครึ่งหนึ่ง ของจานวนสมาชิกทั้งหมด คือจานวน ส.ส. และ ส.ว. ซึ่งเท่ากับ 750 คน ดังนั้น ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่า 376 เสียง
5. หากผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด ยังมีคะแนนไม่เกินครึ่งหนึ่ง ต้องให้สมาชิกออกเสียงลงคะแนน เลือกใหม่ จนกว่าจะมีผู้ที่มีคะแนนสูงสุด และมีคะแนนเสียงมากกว่า 376 เสียง ข้อมูลจาก ข้อบังคับ การประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ พ.ศ. 2560
- การปกป้องและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์
- การสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศและความสงบสุขของประเทศ
- การทำนุบำรุงศาสนาศิลปะและวัฒนธรรม การสร้างบทบาทของไทยในเวทีโลก
- การพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของไทย
- การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจและการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค
- การพัฒนาสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก
- การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย
- การพัฒนาระบบสาธารณสุขและหลักประกันทางสังคม
- การพื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
- การปฏิรูปการบริหารจัดการภาครัฐ
- การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบและกระบวนการยุติธรรม
1. การแก้ไขปัญหาในการดารงชีวิตของประชาชน
2. การปรับปรุงระบบสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน
3. มาตรการเศรษฐกิจเพื่อรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก
4. การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวัตกรรม
5. การยกระดับศักยภาพของแรงงาน
6. การวางรากฐานระบบเศรษฐกิจของประเทศสู่อนาคต
7. การเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่21
8. การแก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่าย ราชการประจา
9. การแก้ไขปัญหายาเสพติดและสร้างความสงบสุขในพื้นที่ชายแดนภาคใต้
10. การพัฒนาระบบการให้บริการประชาชน
11.การจัดเตรียมมาตรการรองรับภัยแล้งและอุทกภัย
12. การสนับสนุนให้มีการศึกษาการรับฟังความเห็นของประชาชน และการดาเนินการ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ
1. การปกปูองและเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์
2. การสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศ และความสงบสุขของประเทศ
3. การทานุบารุงศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม
4. การสร้างบทบาทของไทยในเวทีโลก
5. การพัฒนาเศรษฐกิจและความสามารถในการแข่งขันของไทย
6. การพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจและการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค
7. การพัฒนาสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก
8. การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพของคนไทยทุกช่วงวัย
9. การพัฒนาระบบสาธารณสุขและหลักประกันทางสังคม
10. การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
11. การปฏิรูปการบริหารจัดการภาครัฐ
12. การปูองกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ และกระบวนการยุติธรรม
1. ด้านการบริหาร ทั่ว ไป จานวน ประมาณ 2.54 หมื่น ล้าน บาท ( สองหมื่นห้าพันร้อย ล้านบาท )
2. ด้านการรักษาความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยจานวนประมาณ 1.35 หมื่นล้านบาท ( หนึ่งหมื่นสามพันห้าร้อยล้าน บาท )
3. ด้านการโยธาและระบบจราจรจานวน ประมาณ 1.63 หมื่นล้านบาท (หนึ่งหมื่นหกพัน สามร้อยล้านบาท )
4. ด้านการระบายน้า และบาบัดน้าเสีย ประมาณ 9.8 พันล้านบาท ( เก้าพันแปดร้อย ล้านบาท )
5. ด้านการพัฒนา และบริการสังคมจานวนประมาณ 6.3 พันล้านบาท ( หกพันสามร้อย ล้านบาท )
6. ด้านการสาธารณสุข จานวนประมาณ 6.7 พันล้านบาท ( หกพันเจ็ดร้อยล้านบาท )
7. ด้านการศึกษา จานวนประมาณ 4.6 พันล้านบาท ( สี่พันหกร้อยล้านบาท )
1.พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่เป็นสถาบันทางการเมือง ไม่มีใครสามารถสั่งการชี้นาได้
เพียงคนคนเดียว ทุกคนในพรรคมีส่วนร่วม มีความเป็นประชาธิปไตย การตัดสินใจจึงเป็นไปตามมติของ
เสียงส่วนใหญ่
2.พรรคประชาธิปัตย์มีข้อบังคับพรรคที่ระบุไว้โดยชัดแจ้งว่าการมีมติร่วมหรือไม่ร่วม ต้องเกิดจาก
มติของที่ประชุมร่วมกันของคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
3.ข้อมูลในการตัดสินใจของที่ประชุมร่วมกัน เลขาธิการพรรคต้องไปรวบรวมทั้งหมดเพื่อรายงาน
ต่อที่ประชุมประกอบการตัดสินใจ
4.หลักการทางานของพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้บอกกล่าวพรรคพลังประชารัฐไป ยังไม่ได้มีการตอบ
กลับมาอย่างเป็นทางการ
5.กรณีที่อ้างว่ามีการต่อรองตาแหน่งรัฐมนตรี คงไม่ใช่ถ้อยความจริง เพราะเมื่อยังไม่ได้ตอบรับ
หลักการต่างๆ ที่กล่าวไป แล้ว จะมากาหนดกระทรวงต่างๆ กันได้อย่างไร
6.มติว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ร่วมรัฐบาล จึงไม่ใช่การเล่นเกมการเมืองเพื่อต่อรองใดๆ ทั้งสิ้น แต่
เป็นเพราะกระบวนการต่างๆเพื่อที่จะนาไปสู่การลงมติยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์
7.เมื่อครบถ้วนกระบวนการต่างๆ แล้ว แน่นอนที่สุดก็คือการตัดสินใจ ซึ่งจะยืนอยู่บนหลักการ
ประโยชน์ของประเทศเป็นที่ตั้ง
นายกรัฐมนตรี ลาดับที่ 29 ของประเทศไทย เกิดวันที่ 21
มีนาคม พ.ศ.2497
การศึกษา
พ.ศ. 2514 - โรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 12
พ.ศ. 2519 - โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 23
พ.ศ. 2519 - หลักสูตรชั้นนายร้อย รุ่นที่ 51
พ.ศ. 2524 - หลักสูตรชั้นนายพัน รุ่นที่ 34
พ.ศ. 2528 - หลักสูตรหลักประจาโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ชุดที่ 63
พ.ศ. 2550 - หลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน รุ่นที่ 20

ประวัติการทางาน
พ.ศ. 2533 - ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 2 กรมทหารบกที่ 21 รักษาพระองค์ (ผบ.ร.21 พัน 2 รอ.)
พ.ศ. 2541 - ผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ (ผบ.ร.21 รอ.)
พ.ศ. 2546 - ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล. ร 2 รอ.)
พ.ศ. 2549 - แม่ทัพภาคที่ 1 (มทภ. 1 )
พ.ศ. 2551 - เสนาธิการทหารบก (เสธ.ทบ.)
พ.ศ. 2552 - รองผู้บัญชาการทหารบก (รอง ผบ.ทบ.)
พ.ศ. 2553 - ผู้บัญชาการการทหารบก (ผบ.ทบ.)
พ.ศ. 2557 - หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

เครื่องราชอิสริยาภรณ์
พ.ศ. 2529 - เหรียญพิทักษ์เสรีชนชั้นที่ 2 ประเภทที่ 1
พ.ศ. 2533 - เหรียญรามมาลา เข็มกล้ากลางสมร
พ.ศ. 2542 - ตติยจุลจอมเกล้าวิเศษ (ต.จ.ว)
พ.ศ. 2548 - ประถมาภรณ์ช้างเผือก (ป.ช.)
พ.ศ. 2551 - มหาวชิรมงกุฎ (ม.ว.ม.)
พ.ศ. 2553 - มหาปรมาภรณ์ช้างเผือก (ม.ป.ช.)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์/เครื่องอิสริยาภรณ์ ต่างประเทศ
พ.ศ. 2554 - Honorary Malaysian Armed Forces Order for Valour (First Degree)
Gallant Commander of Malaysian Armed Forces (มาเลเซีย)
พ.ศ. 2555 - Pingat Jasa Gemilang (Tentera) (สาธารณรัฐสิงคโปร์)
พ.ศ. 2555 - Bintanng Kartika Eka Pakci Utama (สาธารณรัฐอินโดนีเซีย)
พ.ศ. 2556 - Region of Merit (Degree of Commander) (สหรัฐอเมริกา)

ราชการพิเศษ ถวายงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท
พ.ศ. 2530 - มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น ราชองครักษ์เวร
พ.ศ. 2542 - ปฏิบัติหน้าที่ ผู้ช่วยหัวหน้านายทหารเสริมกาลังพิเศษ
พ.ศ. 2444 - ปฏิบัติหน้าที่ รองหัวหน้านายทหารเสริมกาลังพิเศษ
พ.ศ. 2552 - มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น ราชองรักษ์พิเศษ
พ.ศ. 2555 - มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น ตุลาการศาลทหารสูงสุด
ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นนายทหารพิเศษฯ ประจาหน่วย
พ.ศ. - 2545 นายทหารพิเศษประจา กรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์
พ.ศ. - 2547 นายทหารพิเศษประจา กรมทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์
พ.ศ. - 2549 นายทหารพิเศษประจา กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ฯ
พ.ศ. - 2554 นายทหารพิเศษประจา กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ฯ

รางวัลทางสังคม
พ.ศ. 2548 - ได้รับรางวัลคนดีสังคมไทย สาขาส่งเสริมและพัฒนาความมั่นคงของชาติ
พ.ศ. 2549 - รางวัลเกียรติยศจักรดาว สาขาการทหาร
พ.ศ. 2553 - รางวัลมหิดลวรานุสรณ์ สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
พ.ศ. 2554 - ได้รับการลงคะแนนให้เป็นอันดับ 1 สุดยอดซีอีโอของภาคราชการและเจ้าหน้าที่รัฐแห่งปี
2554 จากผลการสารวจของสานักวิจัยเอแบคโพลล์

ตาแหน่งทางพลเรือนที่ผ่านมา
พ.ศ. 2549 - สมาชิกนิติบัญญัติแห่งชาติ
พ.ศ. 2549 - คณะกรรมการการไฟฟ้านครหลวง
พ.ศ. 2550 - กรรมการ บริษัท ไทยออยล์ จากัด (มหาชน)
พ.ศ. 2553 - กรรมการ ธนาคารทหารไทย จากัด (มหาชน)
1. การคานวณข้อ 3 ส.ส. เพื่อไทย ต้องได้ติดลบ ในครั้งนี้ได้ 110.74 - 136 = -25.26 การที่
กกต. ไปทาให้เป็น 0 นั้น เป็นการทาผิด มาตรา 91(3) ครับ หลังไปทาแล้ว จึงทาให้ สส.เกินมา 25.26 คน
ถ้าทาถูก ส.ส.จะได้ 149 คนพอดี แต่จะไปเกิน 2 คนในข้อ 5 หลังจัดสรรจานวนเต็มก่อนในข้อ 4
2. กกต. อ้างว่าการที่มี สส.เกินมาถึง 25.26คนนี้ทาให้ ไม่สามารถทาตามข้อ 4 ได้ โดยที่เขาเข้าใจ
ว่า ข้อ 4 มีไว้สาหรับ ส.ส. ขาด หรือพอดี แต่แท้จริงแล้ว ข้อ 4 มีหลุมฝังศพของพรรคที่ได้ต่าว่า 71,169
คะแนน ตามข้อความเพชฌฆาตนี้ "ให้จัดสรรเป็นจานวนเต็มก่อน" (บาดใจ)
3. คือ ม.128(5) ระบุเพชฌฆาตคนที่ 2 คือ "จานวน ส.ส. ที่จัดสรรให้ ต้องไม่เกินจานวน ส.ส. พึง
มีเบื้องต้น" ซึ่งไม่ได้รับการปฏิบัติ โดยไม่อธิบายว่าทาไมไม่ทาข้อนี้ เช่น สส.พรรคไทรักธรรม ย่อมได้ไม่เกิน
0.47 ซึ่งจะเป็น 1 ไม่ได้
4. คือ กกต. ไม่ยอมอธิบายขั้นตอนต่อไปนี้ แต่ผมจึงขอแถลงแทนให้ว่า การจะปัดขึ้นตามข้อ 7
ต้องทาให้ ส.ส.ขาด วิธีทาให้ สส.ขาด คือเอาเลข 149/174.26 ไปคูณ สส. สัดส่วนพึ่งมีเบื้องต้น ซึ่งทาให้
สส สัดส่วนพึงมี ลดไป 14.5% (ถ้าทามาอย่างถูกต้อง จะลดลงแค่ 1.5%) เป็นเหตุให้ สส. ทั้งหมดขาดไป
20 คน ต้องปัดให้พรรคที่มีเศษ ตั้งแต่ 0.372 ขึ้นไป ได้เต็มคน
1. เราต้องดูแลเด็กตั้งแต่ระดับเตรียมอนุบาล-อนุบาล ช่วง 1.5-6 ขวบ อย่างดีที่สุด เป็นช่วงที่
พัฒนาสมองดีที่สุด อาทิ อาหารเสริมสมอง ทักษะคิดวิเคราะห์ ความฉลาดทางอารมณ์ งบอุดหนุน
บุคคลากรต้องพร้อม
2. จัดการเงินอุดหนุนรายหัวนักเรียนใหม่ ทุกระดับ กับ ขนาดโรงเรียนให้สอดคล้องกัน โดยไม่มีจุด
รั่วไหลในการทุจริตงบรายหัวที่ซ้าซ้อนกัน
3. แก้ปัญหาราคาหนังสือแบบเรียน สาหรับ นักเรียน 9 ล้านคน อาทิ คณิตศาสตร์-วิทยาศาสตร์
ของ สสวท. ภาษาไทย ของ สานักวิชาการ สพฐ. ที่มีราคาแพงมากไม่สอดคล้องกับภาคเอกชนที่มีราคาถูกทาให้ช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นักเรียนได้หนังสือไม่ครบ 8 กลุ่มสาระ ได้แค่ 3 สาระ เพิ่มภาระผู้ปกครอง
นักเรียน ซึ่งผิดวัตถุประสงค์เงินอุดหนุนค่าหนังสือรายหัวนักเรียน
4. ส่งเสริมให้นักเรียนทุกระดับซึมซับอยู่ในสายเลือดของความเป็นชาติ ศาสนา และ สถาบัน
พระมหากษัตริย์ รวมถึงประวัติศาสตร์ของชาติไทยที่มีมาอย่างยาวนานกว่าเกือบ 800 ปี
5. แก้ปัญหาการแต่งตั้งโยกย้าย ครู ผู้บริหาร ให้เกิดความยุติธรรม สุจริต เป็นธรรม เพื่อเป็น
ตัวอย่างที่ดี
6. การเลื่อนวิทยะฐานะครู ขึ้นอยู่กับคุณภาพของนักเรียนแรกเริ่มเปรียบเทียบปัจจุบัน โดยไม่ผูก
ติดกับการอบรมครู
7. ส่งเสริมให้นักเรียนที่มีความสามารถแต่ละด้านไปให้ถึงที่สุด
8. แก้ปัญหาขนาดห้องเรียนให้เหมาะสมกับคุณภาพผู้เรียนไม่เกิน ห้องละ 20 คน(อนุบาล) ห้องละ
30 คน(ประถม) ห้องละ 40 คน(มัธยม) เป็นการกระจายทรัพยากรครู สถานที่ ภาระงานให้ได้ประสิทธิภาพ
อีกอย่างเป็นแก้ปัญหาแป๊ะเจี๊ยไปในตัว
9. ส่งเสริมให้นักเรียนศึกษาต่อในระดับอาชีวะศึกษา เพิ่มตลาดแรงงานเฉพาะด้าน ให้มีเงินเดือน
ตั้งแต่เรียน ปวช1-3 รองรับกับงานภาคเอกชน ที่มีคุณภาพ
10. แก้ปัญหาหนี้สินครู โดยการตัดหนี้ดอกเบี้ยเดิม ตั้งธนาคารครู จ่ายหนี้เก่า เริ่มใหม่ ให้ดอกเบี้ย
ไม่เกิน 3.5-4.5%
11. แก้หนี้ องค์การค้าของ สกสค.กว่า 6 พันล้านบาท โดยการใช้ทรัพยากรเดิมให้คุ้มค่า รับงาน
หารายได้เพิ่ม ไม่ปลดพนักงานเก่า
12. ปรับปรุงให้คุรุสภามีความเข้มแข็งในการควบคุมมาตราฐานวิชาชีพ
13. ปรับปรุง สกสค.ให้เพิ่มศักยภาพให้การดูแล ครูและบุคคลากรทางการศึกษา มีประสิทธิภาพ
มากขึ้น
14. ส่งเสริมให้โรงเรียนเอกชนมีความเข็มแข็ง เพื่อแข่งขันกับโรงเรียนรัฐบาล เพื่อร่วมกันพัฒนา
ประเทศ
15. เพิ่มศักยภาพสภาการศึกษา ให้เป็นมันสมองในการขับเคลื่อนการศึกษาภาพรวม
16. ส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ในโรงเรียนและ
สถานศึกษา
1. ร่างเอกสารแนวคิดว่าด้วยการประเมินผลการปฏิบัติของความคิดริเริ่มในเชิงปฏิบัติในกรอบการ
ประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน (Draft Concept Paper on Guidelines for Assessment of the
ADMM Initiatives)
2. ร่างเอกสารแนวความคิดว่าด้วยบทบาทของฝ่ายทหารอาเซียนในการสนับสนุนการบริหาร
จัดการชายแดน (Draft Concept Paper on the Role of ASEAN Defence Establishments in
Supporting Border Management)
3. ร่างเอกสารแนวความคิดว่าด้วยการขยายโครงสร้างการติดต่อสื่อสารโดยตรงของประเทศ
สมาชิกอาเซียนไปยังประเทศคู่เจรจา (Draft Concept Paper on the Expansion of the ASEAN
Direct Communications Infrastructure (ADI) in the ADMM Process to the Plus Countries)
4. ร่างเอกสารแนวความคิดว่าด้วยการจัดตั้งกลไกการประชุมแพทย์ทหารอาเซียน (Draft
concept on Establishment of ASEAN Military Medicine Conference)
5. ร่างเอกสารขอบเขตการปฏิบัติงานโครงการ ASEAN Our Eyes (Draft TOR of ASEAN Our
Eyes)
6. ร่างเอกสารแนวทางปฏิบัติในการปฏิสัมพันธ์ทางทะเล (Draft ADMM Guidelines for
Maritime Interaction)
7. ร่างปฏิญญาร่วมของรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ว่าด้วยความมั่นคงที่ยั่งยืน (Draft Joint
Declaration of the ASEAN Defence Ministers on Sustainable Security)
8. ร่างแถลงการณ์ร่วมของรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียนกับรัฐมนตรีกลาโหมประเทศคู่เจรจาว่าด้วย
การเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วนเพื่อความมั่นคงที่ยั่งยืน (Draft Joint Statement by the ADMM-Plus
Defence Ministers on Advancing Partnership for Sustainable Security)
1. เห็นชอบให้ขยายกรอบระยะเวลาการดาเนินงานตามแผนปฏิบัติการโครงการตามภารกิจของ
บจธ. จานวน 4 โครงการ [ได้แก่ (1) โครงการต้นแบบการบริหารจัดการที่ดินแบบครบวงจร (2) โครงการ
แก้ไขปัญหาการสูญเสียสิทธิในที่ดินของเกษตรกรและผู้ยากจน (3) โครงการนาร่องธนาคารที่ดิน ในพื้นที่นา
ร่อง 5 ชุมชน และ (4) โครงการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาด้านที่ดินจากการดาเนินนโยบายของรัฐ] จากวันที่
8 มิถุนายน 2562 ต่อเนื่องถึงวันที่ 7 มิถุนายน 2563 ซึ่งเป็นวันครบรอบปีแรกของการขยายเวลาการ
ดาเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (5 กุมภาพันธ์ 2562)
2. เห็นชอบให้คณะกรรมการ บจธ. พิจารณาอนุมัติแผนการดาเนินงานและงบประมาณประจาปี
งบประมาณ พ.ศ. 2563 (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ถึงวันที่ 7 มิถุนายน 2563) เพื่อให้ บจธ. ดาเนินงาน
ตามแผนปฏิบัติการโครงการตามภารกิจของ บจธ. จานวน 4 โครงการต่อไป
ต่างชาติจับตามอง เสาร์นี้ ดาวเคราะห์น้อยมาแน่ เตรียมตัวรับมือให้ดี
เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเรื่องใหญ่ที่ดูเหมือนว่าคนไทยจะไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่นัก แต่สื่อต่างประเทศและแม้แต่องค์กรนาซ่า กำลังกังวลใจเป็นอย่างมาก สาหรับกรณี ดาวเคราะห์น้อย 2006 QQ 23 พุ่งเฉียดโลก ในวันที่ 10 ส.ค. นี้ เวลา 14.30 น ซึ่งสะเก็ดของดาวเคราะห์ที่แตกและตกลงวงโคจรของโลกนั้นจะสร้างผลกระทบต่อคนบนโลกอย่างแน่นอน
ล่าสุด รายการทุบโต๊ะข่าว อมรินทร์ทีวี รายงานว่า เว็บไซต์ อินเดีย ไทม์ส ได้ออกมาวิเคราะห์กรณีหากดาวเคราะห์น้อยที่จะพุ่งเฉียดโลก กลายเป็นพุ่งชนโลกแทน จะกํอให้เกิดหายนะครั้งใหญ่ต่อมนุษยชาติ ไม่ว่าจะเป็นการพุ่งตกลงพื้นดินหรือพื้นน้ำ
แม้ว่าโอกาสที่ดาวเคราะห์น้อยจะพุ่งชนโลกจะมีโอกาสเกิดขึ้นน้อยก็ตาม เพราะดาวเคราะห์น้อยดวงนี้จะพุ่งเฉียดโลกประมาณ 7.4 ล้าน กม. แต้ถ้าหากดาวเคราะห์น้อยดวงนี้มีความเร็วประมาณ 16,740 กม.ต่อชม. ดาวเคราะห์น้อยหรือสะเก็ดของมันอาจพุ่งเข้าชนกับโลกจริงๆ และจะทาให้เกิดหายนะได้ถึง 2 กรณี
กรณีแรกหากดาวเคราะห์น้อยตกลงบนแผ่นดิน จะทำให้เมืองทั้งเมืองที่โดนตกใส่ถูกทำลายและหายไปทั้งเมือง และ กรณีสองหากดาวเคราะห์น้อยตกลงบนทะเลหรือมหาสมุทร จะทาให้เกิดหายนะอย่างฉับพลันรุนแรง จนทาให้สัตว์และพืชใต้น้ำในทะเลถูกทำลายทั้งหมด รวมทั้งพื้นที่ชายฝั่งที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นที่มนุษยชาติต้องจับตามองกันต่อไป ในวันที่ 10 ส.ค.นี้ เวลา 14.30 น.
1.นายวราวุธ ชูธรรมธัช จากผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตาแหนํง รองปลัดกระทรวง
2.นางอุมาพร พิมลบุตร จากผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหนํง รองปลัดกระทรวง
3.นายพิศาล พงศาพิชณ์ จากผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหนํง รองปลัดกระทรวง
4.นายสำราญ สาราบรรณ์ จากอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ดำรงตาแหน่ง รองปลัดกระทรวง
5.นายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ จากอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ดำรงตาแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวง
6.นายสุดสาคร ภัทรกุลนิษฐ์ จากผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมข้าว
7.นายมีศักดิ์ ภักดีคง จากรองปลัดกระทรวง ดำรงตาแหนํง อธิบดีกรมประมง
8.นายปราโมทย์ ยาใจ จากผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตาแหน่ง อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์
9.นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง จากผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตาแหนํง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร